ปฏิทินของฉันเองจร้า

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประโยชน์ต่างๆ ของไข่

  ไข่เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลากคนมองข้ามไป  เช่น  ไข่มีประโยชน์ต่อสายตา  สารแครโรตินอยด์  โดยพาะ  ลูทีน  และ ซีแวนทิน  ซึ่งจำเป็นต่อการมองเห็น  คนที่กินไข่วันละฟอง  จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจกน้อยกว่า  โปรตีนจากไขมีคุณภาพสูง  ไข่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนทุกตัว  จึงเป็นโปรตีนที่ดี  ไข่เป็นแหล่งที่ดีของโคลีน  โคลีนเป็นสารอาหารที่ช่วยควบคุมการทำงานของระบบสนอง  ระบบประสาทและระบบหัวใจ  การกินไข่อาจช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน  โรคหลอดเลือดสมอง  และโรคหัวใจ
                ไข่แดงมีกรดไขมันจำเป็น  แม้ว่าไข่แดงจะมีคอเลสเตอรอลมาก  แต่ในไข่แดงจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3  ดีเอชเอ  (ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมองและเนื้อเยื่อตา)  และกรดโอเมก้า 6  กรดอะราคิโดนิก  (ซึ่งจำเป็นสำหรับผิวหนัง  เส้นผม  ความต้องการทางเพศ  ระบบสืบพันธุ์  การเจริญเติบโต  และการตอบสนองต่อบาดแผล  เด็ก  หญิงมีครรภ์  หญิงให้นมบุตร  คนที่มีปัญหาเรื่องอัลไซเมอร์)  และไข่แดงเป็นแหล่งอาหาร  วิตามิน  ดี  ตามธรรมชาติ  อาหารอื่นหลายชนิดที่มีวิตามิน  ดี  ไม่ได้มาจากธรรมชาติ  เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพต้องกินทั้งไข่ขาวและไข่แดง

โครงการเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อมวลชน  สมาคมคหเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
http://www.krabork.com/

10 วิธีทำให้นอนหลับสบาย

                     


 10 วิธีทำให้นอนหลับสบาย


                การนอนหลับถือเป็นกิจกรรมที่สำหรับของเรา เราใช้ชวิตครึ่งหนึ่งด้วยการนอนหลับใครๆ ก็รู้ว่าการนอนหลับช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเราลองมากใช้ชีวิตเปลี่ยนแนว เพื่อการนอนหลับที่เป็นสุขและหมดทุกข์เรื่องเครียดกังวล กับ 10 คำแนะนำเหล่านี้กันนะครับ
        1. เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม และตื่น 6 โมงเช้า เพราะนี่คือช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการพักผ่อนร่างกาย
        2. สะสาง วางแผนสิ่งที่กังวลที่จะทำในวันต่อไปให้เรียบร้อยเพื่อลดอาการวิตกจริต และคิดซ้ำซาก
        3. บอกกับตัวเองว่าการเครียดกังวล และใช้สมองในช่วงที่ต้องนอนหลับนั้นเปล่าประโยชน์ เนื่องจากสติ สัมปชัญญะ และความอ่อนล้าของร่างกายคืออุปสรรค ดังนั้น นอนหลับให้สนิทแล้วตื่นมาคิดอย่างแจ่มใส ย่อมให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า
        4. ถ้าคุณนอนหลับยาก ควรออกกำลังกายในช่วงเย็น หรือ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน แต่อย่าทำใกล้เวลานอน
        5. ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นระหว่าง 17-25 องศาเซลเซียส แล้วจะหลับง่ายสบายบอดี้
        6. เสริมเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิ เจนที่สมดุล จะนอนหลับลึกได้ต่อเนื่อง
        7. ความมืดมิดและไร้เสียง คือเคล็ดลับที่จะทำให้หลับได้สนิทและยาวนาน
        8. ดื่มหรือรับประทานอาหารที่มีองค์ประกอบของกรด อะมิโน Tryptophan จากโปรตีน อย่างธัญพืช หรือเครื่องดื่ม Whole Grains ก่อนนอน จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสาร Niacin จากวิตามินบี 5 ทำให้สมองและร่างกายผ่อนคลาย และง่วงนอนง่ายขึ้น
        9. สร้างกิจวัตรใหม่ด้วยการเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลาเด ียวกันทุกวัน ลองทำแค่ 1 อาทิตย์ ติดต่อกัน ร่างกายก็คุ้นเคยแล้ว
       10. หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ และช็อกโกแลตระหว่างวัน เพราะกาเฟอีนที่ผสมอยู่จะทำให้ร่างกายตื่นตัว
สมอง คืออาวุธที่จะมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อถูกนำมาใช ้ในเวลาที่แจ่มใสที่สุด ดังนั้น ถ้าใครยิ่งต้องการความก้าวหน้า และความเฉียบแหลม จึงยิ่งต้องบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือการรู้จัก…ใช้เมื่อพร้อมถึงขีดสุด และหยุดดูแลเมื่อเต็มล้า

ที่มาจาก  http://www.สาระน่ารู้.com

ทำอย่างไรให้ Flash Drive ปลอดจากไวรัส

   ทำอย่างไรให้ Flash Drive ปลอดจากไวรัส


            


           Flash Drive ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นของนักคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน เพราะอุปกรณ์เล็กๆ อันนี้ช่วยให้การทำ   ง่ายขึ้น โดยเราสามารถพกพาข้อมูลต่างๆ ไปได้ทุกที่ มีน้ำหนักเบากว่าการถือแฟ้มเป็นไหนๆ ถึงแม้มันจะมีประโยชน์ให้กับเรามากมายแต่มันก็อาจจะสร้างปัญหาให้เราอย่างมากมายเกินที่คุณจะนึกได้ นั้นคือการเผนแพร่ไวรัสผ่าน Flash Drive นั้นเอง
วิธีที่ไวรัสเข้าไปฝังตัวอยู่ใน Flash Drive ก็คือ เมื่อเสียบ Flash Drive เข้ากับคอมพิวเตอร์ที่มีไวรัสอยู่ ไวรัสจะแพร่กระจายตัวเอง โดยการเขียนตัวเองพร้อมกับเขียนไฟล์ ที่มีชื่อว่า Autorun.int ลงบน Flash Drive ซึ่ง File นี้จะเป็นตัวบอกให้ Windows เรียกโปรแกรมทำงานอัตโนมัติและพร้อมที่จะแพร่กระจายตัวเอง เมื่อเรานำ Flash Drive ไปเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องต่อไป
เมื่อทราบดังนี้แล้ว เราจึงควรป้องกัน Flash Drive ให้ปลอดภัยจากไวรัสได้ดังนี้ครับ
- เปิด My Computer เข้าสู่ Flash Drive ที่ปราศจากไวรัส
- คลิกขวาพื้นที่ว่างๆ แล้วเลือก NEW ตามต่อด้วย Folder
- พิมพ์ชื่อ Folder ว่า Autorun.inf ขอย้ำว่าชื่อ Folder ไม่ใช่ชื่อ File ซึ่งวิธีนี้อาจทำให้ไวรัสรู้สึกหงุดหงิด เนื่องจากมันไม่สามารถสร้าง File วื่อ autorun.inf ได้อีกต่อไป

นอกจากนี้เราต้องซ่อน Folder นี้ไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เราเผลอลบทิ้งไป ซึ่งการซ่อนมีขั้นตอนดังนี้
- คลิกขวาที่ Folder autorun.inf แล้วเลือก Properties
- คลิกเลือก Hidder
- คลิกปุ่ม OK

เท่านี้ Flash Drive ของเราก็ไม่มีไวรัสมากวนใจให้เสียเครดิตเจ้าของแล้วครับ WOW


ที่มาจาก  www.สาระน่ารู้.com

การเอาชนะความเครียด

      
~ วิธีเอาชนะอารมณ์เครียด ~


           เมื่อคุณเผชิญภาวะเครียดทางอารมณ์ คุณคงอยากให้อารมณ์เครียดหมดไปอย่างรวดเร็ว เพราะภาวะ เครียดนี้จะทำให้คุณเป็นคนที่ไม่น่าคบหาสมาคม คุณก็ทราบดีว่า อารมณ์ชนิดนี้ไม่มีใครต้องการแม้แต่ตัว
คุณเองก็เถอะ เมื่อเกิดอารมณ์ร้ายขึ้นแล้วก็จะทำให้คุณค่าในตัวคุณด้อยลง อย่างมากเทียวค่ะ กริยา วาจา ที่ไม่เหมาะสมก็จะแสดงออกมา เพาะฉะนั้นคุณควรจะมีวิธีการจัดการ กับอารมณ์ร้ายนี้ และต่อไปนี้เป็น ข้อแนะนำบางประการ

๑. หาใครสักคนที่คุณไว้ใจ ระบายความรู้สึก รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่ทำให้คุณเกิดความไม่พอใจทำให้คุณไม่
สบอารมณ์ คนที่คุณไว้ใจได้ เช่น พ่อ แม่ ภริยา-สามี พี่น้อง เพื่อนสนิท หรือครูบาอาจารย์ ฯลฯ การที่มีคน
รับฟังคุณ แค่นี้ก็เป็นการระบายปัญหาที่คุณมีอยู่แล้วค่ะ ระหว่างที่คุณ ระบายเรื่องราวต่าง ๆ นั้น คุณก็อาจ จะได้คำตอบของปัญหานั้น ๆ พร้อมกันก็ได้
๒. หลีกเลี่ยงอารมณ์เครียด ด้วยการหากิจกรรมอย่างอื่นทำเพื่อจะได้พบกับสิ่งที่ทำให้คุณไม่สบอารมณ์สัก
ระยะหนึ่ง ด้วยการเล่นกีฬาที่คุณชอบ ไปพักผ่อนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เดินชอบปิ้งตามห้างสรรพสินค้าอ่าน
หนังสือที่คุณชอบ ฯลฯ การได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำให้คุณลืมคิดถึงเรื่องทรมานใจ และมีข้อแนะนำ
ว่ากิจกรรมที่คุณเลือกนั้น คุณต้องทำด้วยความตั้งใจจริง ด้วยความชอบจริง ๆ คุณจึงประสบผลสำเร็จในการ
เอาชนะอารมณ์เครียดของคุณ การได้ละความสนใจจากเรื่องเครียด ๆ จะทำให้คุณมีอารมณ์สุขุม มีสติปัญญา
ไตร่ตรองปัญหาอย่างรอบคอบและกลับมาต่อ สู้ปัญหาอย่างใจเย็นต่อไป
๓. พยายามระงับอารมณ์โกรธลงในเวลาอันรวดเร็วที่สุด เพราะอารมณ์โกรธจะทำให้ความ
คิดมืดมน อาจแสดงอาการหรือพฤติกรรมที่ไม่ดี อันจะมำให้เกิดความเสียใจได้
“ รักยาวให้บั่น ” เราจะต้องบั่นทอนการเฉยเมยต่อเพื่อนฝูง การวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่จำเป็น การพูดจา
ไม่สุภาพ การกระทบกระเทียบ เสียดสี แดกดัน คำด่าที่รุนแรงเผ็ดร้อน และการผิดนัดหมาย ฯลฯ ทิ้งไปเสีย
“ รักสั่นให้ต่อ ” เพื่อกระชับระยะทางของการสร้างมิตรภาพให้สั้นเข้ามาหรือใกล้ชิดยิ่งขึ้น เราจะต้อง
“ ต่อสายใยมิตรภาพ ” ด้วยการให้ความสำคัญ สนใจใยดีต่อความสุขความทุกข์ของเพื่อน ชมเชยและดีใจ ด้วยเมื่อเพื่อนได้รับสิ่งสวยงาม หรือได้รับความสำเร็จ พูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพ มองด้วยสายตาที่เป็นมิตรไม่ผิดนัดหมายโดยไม่จำเป็น
เพียงเท่านี้ทางสายมิตรภาพที่ต้องการก็จะยืนยาว จนเป็นอมตะนิรันดร์กาลได้เลยทีเดียว  


ที่มาจาก  www.navy.mi.th/

ความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับชา

   
~ ความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับชา ~




   ปัจจุบัน ชา เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากชนิดหนึ่งและจัดว่าเป็นเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากใบชาที่แพร่หลายมากในปัจจุบันเห็นจะไม่เกิน ชาเขียว แต่ก็ยังมีเครื่องดื่มประเภทชาที่สกัดจากพืชชนิดอื่นอีกหลายชนิด เช่น ชาใบหม่อน และชาดอกคำฝอย ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงสุขภาพทั้งสิ้น ในที่นี้ขอนำความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเครื่องดื่มประเภทชาชนิดต่าง ๆ มาให้ทราบกันพอสังเขป ขอเริ่มจาก ชาจีน ซึ่งเป็นต้นตระกูลของชาที่เรานิยมดื่มกันมาตั้งแต่โบราณกาล

ชาจีน

          ชาจีน เป็น เครื่องดื่มที่สกัดจากใบชาสดที่นำมาผ่านกรรมวิธีทำให้แห้ง อาจจะด้วยการอบหรือตากให้แห้ง ชาที่ดีเขาว่ากันว่าต้องเก็บเฉพาะยอดอ่อนเพียง ๓ ใบ ใบชาอาจจะได้จากต้นชาพันธุ์ต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เกิดกลิ่นและรสต่างกันตามกรรมวิธีการผลิต      ในใบชามีแคเฟอีนที่กระตุ้นสมองให้ สดชื่น แจ่มใส มีสารแทนนินที่มีรสฝาด ใช้แก้อาการท้องเสียได้ โดยชงชาให้แก่จนฝาด แล้วดื่มเป็นระยะ แต่อย่าดื่มมากจนเกินขนาด เพราะจะทำให้ท้องผูกได้
นอกจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ใบชาจีนยังมีสารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ สามารถยับยั้งการสร้างสารไนโตรซามีนที่เป็นสารก่อมะเร็งรุนแรงได้ ซึ่งถ้าเราดื่มเป็นประจำแล้ว อัตราการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหารจะต่ำกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มเป็นประจำ
ชาเขียว
          ชาเขียว เป็นเครื่องดื่มที่สืบทอดเป็นประเพณีของชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ ปัจจุบันได้มีการวิจัยจากห้องปฏิบัติการต่างๆหลายแห่งทั่วโลก พบว่า ชาเขียว มีคุณสมบัติต้านโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ จนกลายเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จนปัจจุบันจัดเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไปแล้ว
สารตัวสำคัญที่พบในชาเขียว ได้แก่ วิตามินเอในรูปของเบตาแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี แต่สารที่ส่งผลให้ชาเขียวเป็นพืชที่มหัศจรรย์และทรงคุณประโยชน์ก็คือ สารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีอยู่หลายประเภท แต่ที่มีสรรพคุณต่อสุขภาพ ก็คือ สาร Epigallocatechin Gallate ( EGCG ) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเชื้อโรคและต้านอนุมูลอิสระที่ทีประสิทธิภาพสูงมาก
นอกจากคุณสมบัติยอดเยี่ยมเหล่านี้แล้ว ประโยชน์อื่นๆที่เอื้อต่อการตัดสินใจดื่มชาเขียวเพื่อ สุขภาพ ก็คือ ช่วยชะลอริ้วรอยหรือภาวะแก่ก่อนวัย เนื่องจากสาร คาเทซิน โพลีฟินอล ในชาเขียวนั้นมีคุณสมบัติ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าวิตามินอี ถึง ๒๐ เท่า
ชาเขียวมีประสิทธิภาพในการลดระดับคอเลสเทอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ยับยั้งการก่อตัวของ ลิ่มเลือด ลดความดันโลหิต ทำให้อัตราเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจลดลง
ชาเขียวช่วยลดความเครียด ช่วยเพิ่มระดับคอเลสเทอรอลชนิดดี (HDL) นอกจากนี้ชาเขียว ยังช่วยลดพิษหรือล้างพิษออกจากร่างกายอีกด้วย โดยเฉพาะสารพิษจากบุหรี่ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
คุณสมบัติและสรรพคุณของชาเขียวยังมีอีกมาก     เช่นป้องกันและลดอัตราการแพร่กระจาย ของมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ มะเร็ง ต่อมลูกหมาก มะเร็งเหล่านี้สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการบริโภคเนื้อวัวมากเกินไปและไม่ค่อยรับประทานอาหารที่มีใยสูงเท่าที่ควร
ชาเขียวมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ อีก เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ปะปนมากับอากาศ นอกจากนี้สารฟลาวานอลส์ (Flavanols) ในชาเขียวยังช่วยป้องกันฟันผุด้วย เพราะสารนี้จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของแบคทีเรียที่จะก่อให้เกิดคราบหินปูนต่อไปในอนาคต
การดื่มชาเขียววันละ ๑ ถ้วย จะทำให้มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าดื่มวันละ ๔ - ๕ ถ้วย จะได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย
จากการวิจัยมาจนถึงปัจจุบัน พบว่าผลข้างเคียงที่เกิดจากการดื่มชาเขียวก็คือ อาการนอนไม่หลับ เนื่องจากสารคาเฟอีนในชาเขียว อย่างไรก็ตาม ในปริมาณชาและกาแฟ ๘ ออนซ์เท่ากัน ชาเขียวจะมีคาเฟอีนปริมาณ ๖๐ มิลลิกรัม ในขณะที่กาแฟจะมีถึง ๑๐๐ มิลลิกรัม
ชาดอกคำฝอย
          ดอกคำฝอย เป็นหนึ่งในตำรายาไทยที่รู้จักกันมามาน ดอกคำฝอยตากแห้งนำมาชงน้ำดื่มเป็น ยาบำรุงหัวใจ บำรุงประสาท น้ำมันจากเมล็ดดอกคำฝอยช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลในเลือด และป้องกันการ อุดตันของไขมันในหลอดเลือด จึงเหมาะที่จะนำมาปรุงอาหารแทนไขมันสัตว์
ปัจจุบันมีชาดอกคำฝอยบรรจุซองจำหน่าย สามารถหาซื้อได้ไม่ยาก
ชาใบหม่อน
          ชาสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็คือ ชาใบหม่อน ชาใบหม่อนนิยมนำมาชงรับประทานโดยการนำใบหม่อนที่อบแห้งแล้วมาใส่ลงในแก้ว เทน้ำร้อนใส่ลงไป รอสักครู่สารที่มีประโยชน์จากใบหม่อนก็จะละลายออกมา      สักครู่จึงกรองเอาแต่น้ำนำมาดื่ม      ชาใบหม่อนมีสีเขียว ปนเหลือง มีรสฝาดเล็กน้อย มีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ ทำให้สดชื่น
 
ที่มา : อาหารบำรุงสุขภาพ ๒ , บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด

เทคนิคกินบุฟเฟ่ต์อย่างคุ้มค่า

เทคนิคกินบุฟเฟ่ต์อย่างคุ้มค่า





             เวลากินอาหารบุพเฟ่ต์เรามักจะคิดแต่ว่าจะกินแบบไหนให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมากที่สุด แต่จะมีใครบ้างที่รู้จักทานว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุดทาน ไม่ใช่กินเพื่อให้คุ้ม แต่ควรจะต้องกินอย่างใส่ใจกับสุขภาพและตระหนักถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับ ด้วย วันนี้เกร็ดความรู้มีการทานอย่างได้คุณค่ามาบอกกัน….
1. กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์จำพวก เนื้อหมู ไก่ วัว ปลาหมึก ให้น้อยลง โดยทานเนื้อปลา หรือผัก เพราะเป็นอาหารที่ย่อยง่ายอีกทั้งปราศจากไขมันและไม่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
2. กินอาหารที่ต้มหรือลวก โดยพยายามกินอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ทอด ให้น้อยที่สุด
3. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมระหว่างทาน เพราะสองสิ่งนี้ให้พลังงานอาหารที่มาก และต้องใช้เวลานานในการเผาผลาญ ควรเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าหรือน้ำชา
4. สังเกตเนื้อสัตว์ก่อนหยิบมาทาน ว่ามีสภาพ รูป สี กลิ่น ต่างไปจากปกติหรือไม่
5. เมื่อเห็นว่ากระทะหรือเตาย่างเริ่มไหม้ ควรเรียกพนักงานให้เปลี่ยนอันใหม่ให้ ไม่ควรเกรงใจทนกินต่อไป เพราะสิ่งที่สะสมอยู่บนกระทะนั้นนอกจากจะเป็นสารก่อมะเร็งตัวฉกาจแล้ว ยังทำให้เนื้อไม่สุก เนื่องจากคราบไหม้จะปิดกั้นความร้อน ทำให้เนื้อไม่สุกดี
6. อย่ารีบทานจนเกินไป
7. รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ในร้านที่ไว้วางใจได้ ทั้งความสด สะอาดของอาหาร และความอนามัยของภาชนะ
คิดจะทานบุฟเฟ่ต์ครั้งต่อไปก็อย่าลืม นำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกัน เพราะจะได้มีสุขภาพที่ดีตามไปด้วย.


ที่มาจาก  www. สาระน่ารู้.com

สิ่งที่ต้องระวังในฤดูหนาว

            



       ปีนี้ธรรมชาติแสดงความรุนแรงมากกล่าว คือ ร้อนสุดๆ ฝนสุดๆ และก็ทำว่าจะหนาวสุดๆ ช่วงนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ซึ่งเป็นฤดูที่คนส่วนใหญ่ตั้งหน้าตั้งตารอเพราะเป็นฤดูที่มีอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย ประจวบเหมาะกับมีช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ คนส่วนมากจึงนิยมที่จะพักผ่อนหรือท่องเที่ยวกันในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา อุทยานแห่งชาติ ทะเล เป็นต้น แต่อย่าลืมไปว่าในฤดูหนาวของทุกๆ ปีก็จะมีภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำมากมายทุกคนเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับภัยที่มีพร้อมกับฤดูหนาวกันแล้วหรือยัง
สิ่งที่ต้องระวังในฤดูหนาว
ไข้เลือดออก มักจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยเฉพาะปีนี้น่ากลัวเพราะเหตุว่าฝนตกบ่อย ทำให้มีจุดที่มีน้ำขังนอกบ้านหรือในบ้านอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น อ่างน้ำ กะละมัง ที่รองขาตู้กับข้าว ฝากะลา ฝาโอ่งน้ำ รางน้ำใต้หลังคา แจกันเป็นต้น การที่มีน้ำขังอยู่ ตามภาชนะต่างๆ ทำให้ยุงลายมีที่ออกไข้และพักเดียวก็จะกลายเป็นยุงลายซึ่งเป็นพาหะของไข้เลือดออกการป้องกัน  ใส่ทรายอะเบทในแหล่งน้ำที่ไม่ใช้ดื่ม ให้สุขศึกษากับประชาชนเพื่อให้ช่วยกันทำลายแหล่งลูกน้ำยุงลาย ป้องกันไม่ให้ยุงกัดในตอนกลางวัน

ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นโรคสามัญธรรมดากับหน้าหนาว หวัดสมัยก่อนมีอาการแค่อ่อนเพลีย น้ำมูกไหล ไอ จาม นอนพักสักวันสองวันก็กลับไปทำงานเหมือนเดิมได้ แต่สมัยนี้มีหวัด 2009 ที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้การป้องกัน  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ถ้าพบอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ นอกจากโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังมีโรคที่ ควรระวังในฤดูหนาวอีกมากมาย อาทิเช่น โรคปอดบวม โรคหัด โรคหัดเยอรมัน โรคสุขใส และโรคอุจจาระร่วง
ไฟไหม้ การเกิดไฟไหม้ในฤดูหนาวเกิดขึ้นจากความชื้นในอากาศหน้าหนาวมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำ กล่าวคือไม่ค่อยมีน้ำอยู่ในอากาศ ทำให้สิ่งของต่างๆ มีสภาพแห้งกว่าหน้าฝน วัสดุที่แห้งๆ เหล่านี้สามารถติดไฟได้ง่ายกว่าวัสดุที่เปียกชื้น ประกอบกับถ้ามีลมพัดแรงจะทำให้เพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และยากต่อการควบคุมเพลิงการป้องกัน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟทุกประเภท ปิดสวิตซ์ไฟ ถอดปลั๊กไฟ ปิดวาล์วถังก๊าซ ดับธูปเทียนให้สนิท หลีกเลี่ยงการเผาขยะในช่วงที่ลมกระโชกแรง ไม่ก่อกองไฟผิงให้ความอบอุ่นกับร่างกายใกล้บ้านเรือนเพราะสะเก็ดไฟอาจปลิวไปติดบ้านเรือน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้
หมอก ในช่วงเช้าของฤดูหนาวมักจะมีหมอกลงจัด ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่มักเกิดอุบัติเหตุทางถนนอยู่เป็นประจำการป้องกัน ผู้ขับขี่ควรเปิดไฟส่องสว่างหน้ารถ และไฟตัดหมอก ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันอื่นให้มากกว่าปกติ กรณีหมอกลงจัดจนไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจน ให้หยุดรถในบริเวณที่ปลอดภัย และรอจนกว่าทัศนวิสัยดีขึ้น จึงค่อยขับรถต่อไป


แหล่งที่มา : www.npc-se.co.th กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย.

สะระแหน่ ดีอย่างไร

                      
  สะระแหน่ 
 
 
 
 
 
 
สรรพคุณทางยา                  
            สะระแหน่ มีฤทธิ์เย็นรสเผ็ด น้ำมันสาระแหน่ช่วยขจัดลมร้อน ใช้เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ ขับลม ขับเหงื่อ รักษาอาการหวัดลมร้อน ใช้ผสมยาหรือยาอมเพื่อให้เย็นชุ่มคอ                
 1.  รักษาอาการปวดศรีษะ ปวดฟัน เจ็บคอ เจ็บปาก เจ็บลิ้น โดยดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่ 5 กรัม กับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง    
2.   รักษาอาการบิดท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด โดยนำใบสะระแหน่ต้มดื่มแต่น้ำ
 3.  แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย โดยตำใบสะระแหน่ให้ละเอียด พอกบริเวณที่โดนกัด 
4.  ช่วยห้ามเลือดกำเดาได้ โดยใช้สำลีชุบน้ำที่คั้นจากใบสะระแหน่ หยอดที่รูจมูก 
5.  รักษาอาการปวดหูโดยการนำน้ำคั้นจากใบสะระแหน่หยอดหู ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี 
 6.  รักษาอาการหน้ามือตาลาย โดยรับประทานน้ำต้มใบสะระแหน่และขิงสด   
 
 
ขอขอบคุณแหล่งที่มา
 http://www.chuankin.com/
เรื่องน่ารู้ของคน "กินเส้น"


      ถึงจะสะดวกแถมอร่อย แต่ก็คงรู้ๆ กันอยู่ว่าบะหมี่สำเร็จรูปมีพิษร้ายไม่เบา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เขาก็เลยแนะ นำวิธีกินบะหมี่สำเร็จรูปอย่างปลอดภัยไว้ว่า ให้ใส่เครื่องปรุงที่ติดมากับซองบะหมี่แค่ครึ่งเดียว เพราะในนั้นอุดมไปด้วยชูรสและโซเดียมซึ่งเป็นวายร้ายตัวแม่ทั้งนั้นเลย


    จะกินทั้งทีควรให้ร่ายกายให้รับสารอาหาร ฉะนั้นอย่าลืมเพิ่มผักหรือเนื้อสัตว์ลงไปในชามบะหมี่ด้วย

    วิธีต้มยอดนิยมด้วยการใส่บะหมี่ลงไปในน้ำร้อน ทิ้งไว้ 3 นาทีนั้นเป็นวิธีที่ผิด เพราะบนเส้นบะหมี่มีแว็กซ์เคลือบอยู่ การต้มที่ถูกต้องจึงต้องเทน้ำที่ลวกเส้นบะหมี่ครั้งแรกทิ้งไปก่อน เพื่อให้แว็กซ์หลุดออกไป จากนั้นจึงใส่น้ำร้อนอีกครั้ง เติมเครื่องปรุง ไข่ ผัก เนื้อสัตว์

    แป้งที่ได้จากบะหมี่สำเร็จรูปเป็นคาร์โบไฮเดรตละเอียด มีคุณสมบัติย่อยง่ายกว่าคาร์โบไฮเดรตชนิดธรรมดา จึงกินได้ไม่อ้วนเหมือนกินข้าว สาวกบะหมี่ที่กำลังไดเอทคงยิ้มออก

    จะได้ดีสาวๆ ควรจะซื้อบะหมี่ที่บนซองเขียนว่ามีสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ เสียเงินแล้วต้องได้คุณค่าอาหารกลับมาบ้าง

     ถึงคุณจะเป็นปลื้มกับความแซบของบะหมี่รสโปรด แต่ก็ไม่ควรกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ร่างกายมีโซเดียมมาสะสมอยู่มากเกินไป ดีไม่ดีโรคความดันโลหิตสูงถามหาละแย่เลย

 
 
 
 
ที่มาจาก  http://www.oknation.net/

น้ำปั่นผลไม้บำรุงสายตา

                       ผัก-ผลไม้หลากชนิดนำมาปั่นกลายเป็นเครื่องดื่มบำรุงสายตา เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ แม้จะมีส่วนผสมให้ต้องเตรียมมากถึง 17 ชนิด โปรดอย่าถอดใจ เพราะส่วนผสมทั้งหมดนั้นเมื่อนำมาปั่นผสมกันแล้วเสมือนเป็นการเติมสารอาหารที่มีคุณประโยชน์มากมายสู่ร่างกาย



          โดยจะขอยกตัวอย่างสรรพคุณของส่วนผสมบางชนิด อย่าง เมล็ดแฟลกซ์ แหล่งรวมของกรดไขมันที่จำเป็นอย่าง โอเมกา 3 สารอาหารบำรุงสมอง ทั้งยังเสริมสร้างการทำงานของหัวใจ ลดระดับคอเลสเตอรอล เพิ่มความแข็งแกร่งของภูมิคุ้มกันร่างกาย

ส่วน แครอต อุดมไปด้วยสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระตัวการก่อมะเร็งร้าย แถมยังช่วยเสริมการทำงานของหัวใจ และระบบทางเดินหายใจให้มีประสิทธิภาพ และ บีตรูต เปี่ยมไปด้วยวิตามินบี1 บี2 และบี6 กรดโฟลิก แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม และสังกะสี ช่วยทำความสะอาดตับและลำไส้ส่วนล่าง ขับสารพิษ ฟอกเลือดและไต เพิ่มออกซิเจนให้กับเซลล์ได้มากถึง 400% สำหรับคุณผู้หญิงการรับประทานบีตรูตจะช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

เครื่องดื่มบำรุงสายตา


สำหรับเครื่องดื่มแก้วนี้ มีส่วนผสมที่จะต้องเตรียมตามสัดส่วนดังต่อไปนี้...

หัวบีตรูตขนาดกลาง 1 หัว
แครอต 2 หัว
ผักปวยเล้ง 1 ต้น
ข้าวโพด 1 ฝัก
มะเขือเทศ 2 ลูก
บลูเบอรี่ 1 ถ้วย
กีวี 2 ผล
องุ่นดำชนิดมีเมล็ด 2 ถ้วยครึ่ง
น้ำกลั่น 2 ถ้วยครึ่ง
เกลือทะเล 1 ช้อนชา
ผงขมิ้น 1 ช้อนชา
เกสรผึ้ง 2 ช้อนชา
เก๋ากี้ 3 ช้อนโต๊ะ
เมล็ดแฟลกซ์ 2 ช้อนชา
งาดำ 4 ช้อนชา
เมล็ดฟักทอง 1 ช้อนชา
เลซิทิน 2 ช้อนชา

     ขั้นตอนการปรุงดื่ม เริ่มจากการล้างส่วนผสมทั้งหมดให้สะอาด หั่นแครอตและมะเขือเทศเป็นชิ้น ส่วนข้าวโพดฝานเอาแต่เมล็ด ส่วนกีวีต้องปอกเปลือกก่อนหั่นเป็นชิ้น สำหรับบีตรูตต้องล้างให้หมดดิน กรณีที่ส่วนใดล้างดินไม่หมดให้ใช้มีดฝานออก จากนั้นเทน้ำกลั่นลงไปในโถปั่นใส่ผัก ผลไม้และส่วนผสมทุกชนิดลงปั่นพร้อมกันยกเว้นเลซิทิน ที่ให้เติมลงไปหลังจากส่วนผสมทุกอย่างถูกปั่นเป็นน้ำ เมื่อเติมเลซิทินแล้วให้ปั่นต่อไปอีก 10 วินาที ก็จะได้เครื่องดื่มบำรุงสายตาราว 6-7 แก้ว เฉลี่ยแบ่งให้ได้แก้วละ 250 ซีซี ควรดื่มให้หมดภายในวันเดียว ถ้าจะให้ดีผักและผลไม้ที่จะนำมาปรุงดื่มควรเป็นผักอินทรีย์ปลอดสารเคมี

        อย่างไรก็ตาม ดร.อู๋ แนะนำให้เลือกใช้เครื่องปั่นที่มีความแรง 3.5 แรงม้า ขณะดื่มให้เคี้ยวกากน้ำผักและผลไม้ช้า ๆ 10 ครั้งก่อนกลืน ควรดื่มก่อนมื้ออาหาร 1 ชั่วโมง



  ที่มาจาก  http://www.beautyfullallday.com/?subject=61

สูตรลับ หน้าใส

สูตรลับหน้าขาวใส

สูตรลับ สูตร หน้าขาว เคล็บลับ บำรุง ผิวหน้า ผิวสวย ใส หน้าขาว

มีเคล็บลับบำรุงผิวหน้ามาฝากกัน 2 สูตร ใครที่อยากจะมีผิวสวยใส ด้วยวิธีง่าย ๆ ก็ลองนำไปทำดูได้นะคะ ส่วนผสมต่าง ๆ มีดังนี้ค่ะ
มะขามเปียก

วิธีทำ ผสมน้ำมะขามเปียก นมสด และน้ำผึ้ง (ใส่นมสด และน้ำผึ้งแค่ครึ่งหนึ่งของน้ำมะขามเปียก) จากนั้นตั้งไฟอ่อนๆ คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ให้เย็น เป็นอันว่าเสร็จแล้วค่ะ

วิธีเก็บรักษา - ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดแล้วแช่ในตู้เย็น สามารถ เก็บไว้ได้นานเท่าที่ต้องการเลยค่ะ
วิธีใช้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า เช็ดให้แห้ง แล้วทาครีมมะขามเปียกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที หรือนานเท่าใดก็ได้ ตามใจผู้ใช้ แล้วล้างออกตามปกติ
ข้อควรระวังหลีกเลี่ยงการทาบริเวณดวงตา เพราะอาจจะทำให้ระคายเคืองได้
ข้อพึงกระทำถ้าต้องการให้ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรทาครีมมะขามเปียกในขณะที่ครีมเย็น หรือเพื่งจะเอาครีมออกจากตู้เย็น เพราะความเย็นจะทำให้รูขุมขนเล็กลง ผิวหน้าก็จะเรียบขึ้นค่ะ






ละลายดินสอพองไม่ต้องแฉะมากให้พอข้น แล้วผสมไพรหรือขมิ้น และมะนาวหรือมะขามเปียก ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า ใบหน้าของคุณก็จะขาวใสขึ้นค่ะ



ที่มาจาก www.ladyissue.com
ภาพประกอบจาก http://happyviruss.com
3. มะขามเปียกหรือมะนาว

2. ขมิ้นหรือไพร

1. แป้งดินสอพอง
สูตรที่ 2 สูตรหน้าขาวใสด้วยธรรมชาติ

3. น้ำผึ้ง


2. นมสด

สูตรที่ 1 สูตรลับหน้าขาว
1.

10 สุดยอดอาหารดีท็อกซ์

  เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพ





เคล็ดลับการกินเพื่อความงาม

                          หลายคนกลัวอ้วนเลยต้องการอดอาหาร แต่การกินที่ถูกหลักโภชนาการสามารถช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและยังลดน้ำหนักได้ด้วยเช่นกัน ลองมาปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ต่อไปนี้กันค่ะ

กินอาหารให้ครบตามหลักโภชนาการ และครบมื้อในแต่ละวัน อาหารควรประกอบไปด้วย ผัก ผลไม้ โปรตีน ส่วนของว่างระหว่างมื้อ ควรเลือกเป็นอาหารจำพวกผลไม้ ถั่ว หรือเมล็ดธัญญาพืชต่างๆ ซึ่งจะมีส่วนช่วยเสริมวิตามินและคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็นต่อร่างกาย ตามที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ทั้งนี้ควรเลือกอาหารจำพวกออแกนนิก หรือปลอดสารพิษ และกินอาหารให้ตรงเวลา ในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน

ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร เพื่อรักษาความสมดุลของน้ำภายในร่างกาย เพราะการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน นอกจากจะช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่ดีแล้ว ยังสามารถสร้างความสดชื่นให้กับคุณได้อีกด้วย นอกจากนี้น้ำยังช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคเจ็บภัยไข้ต่างๆได้อย่างน่าอัศจรรย์

การกินน้ำตาลหรืออาหารที่มีความหวานเป็นจำนวนมากนั้น อาหารที่มีส่วนผสมเป็นน้ำตาลทรายขาวนั้น จะมีปฏิกริยาเคมีต่อร่างกาย เนื่องจากน้ำตาลนั้นเดิมทีไม่ใช่สีขาว ส่วนมากจะผ่านการฟอกขาวในการผลิตน้ำตาลทรายขาว หากกินเป็นระยะเวลาที่นาน ซึ่งจะมีผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก นอกจากนี้โซดามีส่วนประกอบของน้ำตาลที่ปริมาณ 12 ช้อนชาต่อกระป๋อง น้ำตาลจะกระตุ้นเมทาโบลิซึมในด้านร่างกายให้ทำงานหนักยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่า น้ำตาลจะทำให้คุณแก่ลงเร็ว การกินช็อคโกแล็ต ลูกอม หรือ ขนมหวานจะเป็นการเพิ่มน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะทำให้อินซุลินถูกปลดปล่อยออกมา ซึ่งหากมีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงจนเกินไปจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและที่สำคัญทำให้คุณอ้วนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว


  ที่มาจาก  http://www.oknation.net/blog/kanis/2010/09/11/entry-1

10 เคล็ดลับเพื่อสุขภาพดี

ใจดี-กายพร้อม คุณก็ทำได้!!

          ปัญหาสุขภาพเป็นเรื่องยอดฮิตติดปากของคนไทยทุกวันนี้แล้ว เห็นได้จากการทำบุญไหว้พระ คำว่า "ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง" กลายเป็นคำอธิษฐานมาแรงแซงหน้าในยุคปัจจุบัน จึงเป็นเหตุผลให้ผู้คนมากมายในสังคมมองหาหนทางรักษาสุขภาพของตัวเอง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยอันนำมาซึ่งความเสียหายและปัญหาอื่นๆ ตามมามากมาย

          "10 ทิปเพื่อการมีสุขภาพดี"

          1. แอปเปิลวันละผล...คำพูดที่ว่า an apple a day, keeps doctor away เป็นจริงเสมอ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยลอนดอนพบว่า การรับประทานแอปเปิลวันละผลจะทำให้การทำงานของปอดดีขึ้น จากแอนติออกซิเดนต์และสารในแอปเปิลที่เรียกว่า quartering ซึ่งช่วยทำให้ปอดแข็งแรงและทำงานได้อย่างเป็นระบบ

          2. หายใจลึกๆ...เราควรหายใจให้ลึกเพื่อขยายการทำงานของปอด และทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ แต่ทุกวันนี้เรามักหายใจสั้นๆ เนื่องจากการทำงานในที่อับทึบ หรือเพราะความไม่รู้ เพราะฉะนั้นในแต่ละวันลองหายใจลึกๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง และต้องเป็นแบบหายใจเข้า ท้องป่อง หายใจออก ท้องแฟบด้วย จึงจะเรียกว่าถูกวิธี

          3. หลีกเลี่ยงการนำผักเข้าไมโครเวฟ...จากการวิจัยของสเปนพบว่า การทำผักให้สุกในไมโครเวฟจะทำให้สารอาหารหายไปได้ถึง 97 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นทางเลือกที่เราควรจะเลือกคือ การรับประทานผักสดๆ หลีกเลี่ยงผักแบบไมโครเวฟ แม้อาหารกล่องอาจให้รสอร่อย แต่จงรู้ไว้ว่าสารอาหารนั้นไม่มีเหลือแล้ว

          4. ขยับตัวเสมอ...สังเกตไหม คนที่ขยับตัวอยู่เสมอจะมีระบบย่อยอาหารที่ดีกว่าคนที่เอาแต่นั่ง วิธีนี้ช่วยป้องกันอาการท้องผูก รวมไปถึงโรคกระดูกพรุนด้วย

          5. ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว...น้ำมะพร้าวเป็นน้ำผลไม้ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการครบถ้วน เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส กรดอะมิโน และวิตามินบี แถมยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที มีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และมีประโยชน์ในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกาย เป็นต้น

          6. เมื่อเป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่ง...ในฝรั่งมีแร่โพแทสเซียมสูง เมื่อเวลาเป็นไข้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงจะส่งผลต่อการเกิดอาการชักได้

          7. กินส้มช่วยแก้อาการเบื่อหน่ายได้...การรับประทานส้มโดยปอกเปลือกเอง จะมีกลิ่นส้มที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวนที่เพียงพอ ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายความเครียดได้ดีออกมาด้วย

          8. การกินอาหารมื้อเช้าช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม...อาหารมื้อเช้าช่วยต่อต้านการแข็งตัวของเลือด เลือดตอนเช้าจะแข็งตัวง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสที่หลอดเลือดจะอุดตันมากขึ้น สารอาหารไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง สมองจึงค่อยๆ เสื่อม

          9. ดาร์กช็อกโกแลตต่อต้านอนุมูลอิสระ...รู้ไหมว่า ช็อกโกแลตชนิดอื่นๆ แทบไม่มีส่วนผสมของโกโก้เลย มีเพียงดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้นที่เป็นช็อกโกแลตแท้ๆ และยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะมีสารเฟลวานอยด์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนระบบหลอดเลือด โดยปริมาณที่เหมาะสมคือ ในแต่ละวันให้รับประทานช็อกโกแลตดำประมาณครึ่งออนซ์

          10. สมการความสุข y=b+c...y คือ ความสุข b คือ ความรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะมีความสุข อาทิ มีความเข้าใจชีวิตว่าเป็นอย่างไร รู้จักองค์ประกอบของชีวิต เป็นต้น c คือ ความอยากในชีวิต หากมีความอยากมากกว่าความรู้ที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข คนคนนั้นก็มีความสุขที่ติดลบ





กินอย่างไรให้สุขภาพดี





พ.ญ.กานต์ ชนก พานิช กรรมการผู้จัดการ กานต์ชนกคลินิก ให้ความรู้ถึงการรักษาผิวสวยของสาวๆ
 ทุกวัย ที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหาร โดยเน้นสารกลูต้าไธโอนเป็นพิเศษ เพราะสารตัวนี้เป็นโฮโมนชนิดหนึ่งที่ตับเป็นผู้สร้าง มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ (แอนตี้ออกซิแดนต์) เซลล์ไม่ถูกทำลาย กลายเป็นเซลล์ที่แข็งแรง ส่งผลให้เซลล์ใต้ผิวหนังแข็งแรงตามไปด้วย ทำให้เม็ดสีลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
แหล่งกลูต้าไธโอนมีอยู่ในสารสกัดจากธรรมชาติมากมาย ที่เด่นๆ คือ เปลือกสนฝรั่งเศส หากเป็นเปลือกสนสีส้มอ่อนจะมีคุณสมบัติในการแอนตี้ออกซิแดนต์ทำให้ขาวได้ เนื่องจากพืช ตระกูลเปลือกสนมีคุณสมบัติช่วยเปิดเส้นเลือดหัวใจ ช่วยทำลายพลักหรือคราบไขมันที่เกาะในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดไม่ยืดหยุ่น เกิดภาวะการอุดตัน เส้นเลือดตีบลง ทำให้ส่งผ่านเลือดไปสู่หัวใจได้น้อยลง
กลูต้าไธโอนในธรรมชาติมีอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ในข้าวซ้อมมือของไทยเรานี่เอง กินข้าวซ้อมมือวันละ 3 มื้อ เราจะได้กลูต้าไธโอนธรรมชาติ ที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที นอกจากนี้ยังพบในผัก ผลไม้ อาทิ แตงโม สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น ผลอะโวคาโด สำหรับเนื้อสัตว์พบในปลา และเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ฯลฯ
You are what you eat” หรือ กินเช่นไรได้เช่นนั้น ยังคงเป็นประโยคที่หลายๆ คนเห็นด้วย หากรวมอาหารนี้ไว้ในมื้ออาหารที่เรารับประทาน ก็จะได้ผิวพรรณที่สวยสมบูรณ์แบบ
1. ส้ม อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสดูอ่อนวัย
2. มะนาว อุดมด้วยวิตามินซี ที่มีประโยชน์ ต่อผิว และยังช่วยทำความสะอาดตับซึ่งทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย
3. แครอต ให้คุณค่าเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ อาหารที่จำเป็นสำหรับผิว
4. กีวี ประกอบด้วยวิตามินซีที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างคอลลาเจน
5. อะโวคาโด อุดมไปด้วยวิตามินอีที่ช่วยบำรุงผิว การกินอะโวคาโดวันละผล ให้วิตามินอีเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวันได้
6. โยเกิร์ต ช่วยในการขับถ่าย ทำให้ผิวพรรณสดใส ไม่หมองคล้ำ

7. เมล็ดถั่วต่างๆ
อุดมด้วยโปรตีน สารอาหารที่จำเป็นสำหรับผิวสวย
8. งา อุดมด้วยวิตามินบี สังกะสี และโพแทสเซียม ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวดูสดใสอ่อนวัยอยู่เสมอ
9. ผักโขม อุดมด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งอมชมพูดูมีสุขภาพดี และ 10.ปลาอุดมไขมัน เช่น ปลาแซลมอน น้ำมันปลาช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น

อาหารทำลายผิว ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

1. มาร์การีน และน้ำตาล เป็นตัวการที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยมากขึ้
2. อาหารทอด
เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันทำให้เกิดสิ
3. กาเฟอีน เป็นสารที่ดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นจากร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น 4.เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ และในกรณีที่แพ้จะทำให้ผิวเป็นผื่นแดงด้วย

การ ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณของเราอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก การที่เราจะมีผิวพรรณที่ขาวใสได้นั้นต้องเริ่มมาจากสุขภาพดีก่อน นั่นหมายถึงอวัยวะภายในต้องดี ผิวเนื้อ ผิวกาย ผิวเซลล์ต้องแข็งแรง เพราะถ้าเซลล์แข็งแรง เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนดีแล้วส่งออกซิเจนไปถึงผิว จะทำให้เรามีผิวพรรณที่ขาวสดใส หรือเรียกว่าสุขภาพผิวดีนั่นเอง
ความ งามจากภายในสู่ภายนอกเป็นสิ่งสำคัญที่ให้เรามีความสวยอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการออกกำลังกาย การพักผ่อนที่เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อผิวสวยและสุขภาพที่ดีจะได้อยู่คู่กับตัวเราไปนานๆ


ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด
http://www.healthnet.in.th/
“กล้วยหอม” ผลไม้อุดมประโยชน์

 
          ในกล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิด คือ ซูโครส (sucrose) ฟรักโทส (fructose) และกลูโคส (glucose) ให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที โดยมีรายงานวิจัยยืนยันว่า กล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอต่อการทำงานถึง 90 นาที

          เรื่องนี้แฟนเทนนิสคงคุ้นตาภาพนักหวดระดับโลกกินกล้วยหอมระหว่างเกมการแข่งขัน อ้อ! แต่เขาไม่ได้กินรวดเดียว 2 ใบนะ ขืนทำงั้นคงกลายเป็นของกล้วยๆ ให้คู่ต่อสู้ได้ชัย นอกจากให้พลังงาน กล้วยหอมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสำคัญคือช่วยให้คลายความเศร้าซึม

          จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซึม พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม เพราะในกล้วยหอมมี tryptophan กรดอะมิโนโปรตีน ซึ่งร่างกายแปลงเป็น serotonin สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

          ขณะที่ในสตรีช่วงก่อนมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย ไม่อยู่กับร่องรอย และก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว ฯลฯ การกินกล้วยหอมช่วยได้ระดับหนึ่ง

          ช่วยสู้โรคโลหิตจาง ธาตุเหล็กในกล้วยหอมกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเฮโมโกลบินในกระแสโลหิต หยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้ ส่วนที่เกี่ยวกับความดันโลหิต กล้วยหอมมีเกลือโพแทสเซียมเหลืองอยู่มาก เป็นตัวช่วยความดันเลือด ระดับที่หน่วยงานด้านอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาอนุมัติให้เป็นผลไม้ที่มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ยงความดันได้จริง

          กล้วยหอมยังมีประสิทธิภาพช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ เพราะวิตามินบี 6 บี 12 โพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่มีอยู่มาก ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสารนิโคติน ในผู้มีอาการเมาค้าง (ซึ่งไม่ควรมีเพราะไม่ควรเมา)

          สารวิตามินจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น และเพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด การกินกล้วยหอมสัก 1 - 2 คำ ระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น ยังทุเลาอาการแพ้ท้องได้

          เส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยของลำไส้เล็กทำงานดีขึ้น ระบบขับถ่ายในร่างกายทำงานได้ดี ลดปัญหาท้องผูก และสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีอยู่ยังช่วย ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แต่อีกด้านกรดต่างๆ ที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะ ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้

          ส่วนภายนอก บรรเทาแผลยุงกัด หลังยุงกัดจนได้ตุ่มแดง ก่อนใช้ยาทาลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด ช่วยลดอาการคันหรือบวม

          อ้วนจากทำงานมากเกินไป กล้วยหอมก็ช่วยได้ สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียศึกษาและพบว่า ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแลตและพวกโปเตโตชิพส์มากเกินไป และนั่นทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นกินกล้วยหอมสักเล็กๆ น้อยๆ ประมาณทุกๆ 2 ชั่วโมง จะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจุกจิก

          เสริมสร้างพลังสมอง ข้อนี้อ้างอิงจากงานวิจัยอังกฤษที่ระบุว่า ในแคว้นมิดเดิลเซกส์ มีนักเรียนจำนวน 200 คนจากโรงเรียนทวิกเคนแนม บอกว่าสอบผ่านเพราะได้กินกล้วยหอมเป็นอาหารเช้า รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมองสดชื่น โดยงานวิจัยพบว่าโพแทสเซียมในกล้วยหอมช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ

          การรับประทานกล้วยหอมสุกเป็นประจำจะทำให้ร่างกายได้รับสารเพ็กติน โปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี รวมถึงธาตุฟอสฟอรัสและแคลเซียม บำรุงสายตาให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ยับยั้งการเกิดโรคต่างๆ ในช่องปาก ลดการเกิดตะคริว และกล้วยหอมเป็นผลไม้เย็น ผ่อนร้อนได้




ที่มาจาก  www.thaihealth.or.th/healthcontent